“เป็นผู้นำด้านการผลิตปูนขาวและแปรรูปแร่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ด้วยการส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าหลัก คือ ปูนขาว หรือ แคลเซียมออกไซด์ (Calcium Oxide) และแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium Hydroxide บริษัทมีโรงงานผลิต จำนวน 4 โรงงาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี และสระบุรี
“นวัตกรรม” คือ การสร้างสรรค์เชิงบวกเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทั้งใน ระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ในเชิงสินค้า บริการ กระบวนการ ขั้นตอนการทำงาน ทั้งที่เป็นเรื่องใหม่ การพัฒนาต่อยอด หรือปรับปรุงเพิ่มเติมให้ดีขึ้น
โดย “นวัตกรรมทางธุรกิจเพื่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม” คือ ผลลัพธ์จากการมีนวัตกรรมที่นอกจากจะสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจในเชิงเศรษฐกิจแล้ว ยังสร้างคุณค่าต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางดำเนินการดังนี้
บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำในการผลิต จัดจำหน่าย ปูนขาว และแคลเซียมคาร์บอเนต และมีนโยบายการมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต การจัดการองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาสินค้าให้ส่งเสริมธุรกิจทั้งกับของบริษัท และกับคู่ค้า ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนทั้งต่อ สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสีย
จากรางวัลการพัฒนาเตาเผาปูนขาวภายใต้ Brand EOD Lime Kiln ในปี 2018 ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาขับเคลื่อนธุรกิจด้านวิศวกรรมการออกแบบภายใต้การดำเนินการโดยบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท โกลเด้น ไลม์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งได้ผลตอบรับเชิงพาณิชย์ ตามโครงการจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ซึ่งได้จำหน่ายไปแล้วรวม 3 โครงการ รวมถึงโครงการการขยายเครื่อข่ายการผลิตของตนเองในสาขาห้วยป่าหวายจากการก่อสร้าง EOD lime kiln (K.7) รวมเป็น 4 เตาใน Brand EOD Lime Kiln ซึ่งใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้มีการพัฒนาขึ้น ซึ่งผลลัพธ์จากการพัฒนาด้านธุรกิจวิศวกรรมและการพัฒนาด้านเทคโนลียีและนวัตกรรม คงส่งผลสืบเนื่องต่อไปสำหรับโครงการในอนาคตสำหรับความสามารถและศักยภาพที่บริษัทจะนำไปต่อยอดกับโครงการขยายกำลังการผลิตของบริษัทในอนาคต รวมถึงส่งผลต่อความสามารถในการสร้างทีมบุคลากรภายในองค์กรเพื่อลดการพึ่งพา หรือสามารถส่งเสริมต่อการพัฒนาปรับปรุงต่อกระบวนการในกระบวนการผลิตของกลุ่มบริษัท ของลูกค้า และของคู่ค้าภายใต้แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ
บริษัทมีการส่งเสริมเพื่อสร้างธุรกิจและองค์กร เพื่อสร้างศักยภาพในการเป็นองค์ประกอบแห่งนวัตกรรม ซึ่งมีหลักแนวทางในการสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม ประกอบไปด้วย 5 มิติที่สำคัญ ดังนี้
ให้ความสำคัญกับมุมมองความชัดเจนในการกำหนดเป้าหมายด้านวัตกรรมรวมถึงกลยุทธ์การถ่ายทอดเป้าหมายด้านนวัตกรรมสู่หน่วยงานภายในให้เข้าใจถึงความสำคัญและสามารถกำหนดแนวทางการพัฒนานวัตกรรมได้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงธุรกิจขององค์กร
ให้ความสำคัญกับการกำหนดกลยุทธ์ในการเรียนรู้และสร้างประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรเชิงธุรกิจรวมถึงรูปแบบการร่วมมือในการดำเนินงาน การสื่อสารระหว่างบุคลากร และการกระจายอำนาจด้านการบริหารและดำเนินการภายในองค์กร
ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมทั้งด้านการเงิน เวลา เทคโนโลยี รวมถึงการสร้างและการกระจายความรู้พร้อมทั้งทักษะให้แก่บุคคลที่อยู่ในกระบวนการจัดการนวัตกรรม
ให้ความสำคัญกับกระบวนการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดมุมมองและความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของลักษณะงานในหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กร โดยมุ้งเน้นการพัฒนารูปแบบการวัดผลการประเมิณศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ภายในองค์กร
เน้นการกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรคิดนอกกรอบและมุ่งเน้นให้มีการสร้างสรรคแนวความคิดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย กล้าที่ยอมรับความเสี่ยง และสามารถยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการพัฒนานวัตกรรม โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ มีการยอมรับฟังความคิดเห็นและข้อติชมจากพนักงาน และการโต้เถียงกันอย่างมีเหตุผล พร้อมทั้งกระบวนการเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
SUTHA มีการพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตและเป็นไปตามเป้าหมายนวัตกรรมการผลิตเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างฐานลูกค้าที่มีความหลากหลาย การยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า และการขยายโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง บริษัทมุ่งดำเนินการควบคู่ไปกับการพิจารณาผลกระทบในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
กลยุทธ์ที่สำคัญ: บริษัทมุ่งเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมและการขยายขอบเขตของอุตสาหกรรมการผลิตที่มีอยู่เดิม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทดแทนผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมรูปแบบการบริโภคที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ บริษัทดำเนินกลยุทธ์ผ่านการได้มาซึ่งสินทรัพย์ การพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทางและกิจกรรมทางธุรกิจ ดังนี้:
1. การพัฒนาธุรกิจ : โดยบริษัทประเมินโอกาสทางการตลาดควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกระบวนการผลิตที่มีอยู่เดิม รวมถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโครงการใหม่ เพื่อเปิดตลาดสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ ธุรกิจใหม่ หรืออุตสาหกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท ทั้งนี้ โครงการหลักที่ได้พัฒนา ได้แก่:
2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์: โดยผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา บริษัทมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตเดิม และ/หรือการลงทุนในโครงการใหม่ โดยอาศัยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การออกแบบ รวมถึงการบริหารจัดสรรเงินทุนอย่างเหมาะสม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เป็นไปตามเป้าหมายทางธุรกิจ
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทได้พัฒนาและเริ่มจำหน่ายแล้ว ได้แก่:
การดำเนินโครงการเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้า เพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้า และเสริมสร้างศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต
SUTHA มุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างสมดุล เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้แก่บริษัทและผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือการพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการนำปูนขาวมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพและความแข็งแรงของดิน หรือโครงการ “Soil Stabilization”
ทั้งนี้ บริษัทตระหนักถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพดินซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของประเทศ จากการศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่าดินในหลายพื้นที่มีข้อจำกัดด้านคุณสมบัติทางวิศวกรรม ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคง ความทนทาน และอายุการใช้งานของโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการปรับปรุงดินเข้ามาประยุกต์ใช้มีความสำคัญและเป็นโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืน
SUTHA ประเมินว่าการพัฒนาธุรกิจด้านการปรับปรุงเสถียรภาพของดินสำหรับงานโครงสร้างพื้นฐาน โดยการเลือกใช้ปูนขาวและปูนขาวไฮบริดเป็นวัสดุหลัก จะก่อให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายมิติ ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ดังนี้
จากการศึกษาข้อมูลและงานวิจัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่างานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงเสถียรภาพของดินด้วยปูนขาวหรือปูนขาวไฮบริดในประเทศไทยยังมีจำนวนจำกัด เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนานวัตกรรมด้านนี้ SUTHA ได้ลงนามในความร่วมมือกับคณะอาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และศึกษาการประยุกต์ใช้ปูนขาวและปูนขาวไฮบริดในการปรับปรุงเสถียรภาพของดิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการสรุปผลงานวิจัย