“เป็นผู้นำด้านการผลิตปูนขาวและแปรรูปแร่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ด้วยการส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าหลัก คือ ปูนขาว หรือ แคลเซียมออกไซด์ (Calcium Oxide) และแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium Hydroxide บริษัทมีโรงงานผลิต จำนวน 4 โรงงาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี และสระบุรี

บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน)
89 อาคารคอสโม ออฟฟิต พาร์ค ชั้น 6 ยูนิตเอช
ถนนป๊อบปูล่า ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
Chairman

สารจากประธานกรรมการบริษัท

เราจะนำ SUTHA ไปสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตปูนขาว
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้วยการส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
"WE CONTRIBUTE TO A BETTER WORLD เราร่วมทำให้โลกดีขึ้น"

กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของ SUTHA มุ่งหวังในการบริหารจัดการผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบได้ส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์และความสำเร็จร่วมกัน และขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

Sripop Sarasas

นายศรีภพ สารสาส

ประธานคณะกรรมการบริษัท

นายสาธิศ กุมาร ปุชปาราช

ประธานคณะกรรมการบริหาร

เรียน ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย

สาส์นฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปีที่ บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสื่อสารข้อมูลการดำเนินงานของบริษัทและเป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่ความรับผิดชอบในการรายงานข้อมูลทางการเงินและที่ข้อมูลที่ไม่ใช่การเงินเพื่อสื่อสารและรายงานแผนงาน มุมมอง ความเห็นที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจผ่านมุมมอง แนวคิด และเห็นจากคณะกรรมการและฝ่ายบริหาร เพื่อนำเสนอรายงานสำหรับผู้ถือหุ้นตลอดถึงผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ

SUTHA คงมีเป้าหมายมุ่งสู่เส้นทางการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนภายใต้การขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มบริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท หินอ่อน จำกัด และบริษัท โกลเด้นไลม์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โดยธุรกิจและผลิตภัณฑ์หลักประกอบด้วย

ธุรกิจปูนขาว

ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ บมจ.สุธากัญจน์ ผลิตจากการเผาหินปูนที่ได้จากเหมืองหิน เขาขาวของ บจ.หินอ่อน เป็นวัตถุดิบหลัก โดยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปูนขาวถือเป็นฐานรายรับหลักของ SUTHA และถือเป็นฐานรายรับหลักร้อยละ 82 % ของรายได้จาการขายและบริการ ในรอบปีที่ผ่านมาได้จำหน่ายสู่ตลาดในประเทศในอัตรา 96 % และส่งออกในอัตรา 4% โดยผู้ใช้หลักเป็นฐานอุตสาหกรรมที่หลากหลายในประเทศ สำหรับการส่งออกมีการส่งไปจำหน่ายในประเทศบังคลาเทศ ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลี ฟิลลิปินส์ ลาว และประเทศอื่นๆ ปริมาณการผลิตอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสภาพตลาดที่มีอุปทานสูงและอุปสงค์มีจำกัด และสภาพตลาดที่มีผู้ผลิตหลากหลายแข่งขันชิงสัดส่วนการตลาด โดยธุรกิจและลูกค้าหลักที่สำคัญของบริษัทจำหน่ายปูนขาวเป็นหลักโดยฐานลูกค้าเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานในประเทศ ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่

อุตสาหกรรมเหล็ก

อุตสาหกรรมเหล็ก เป็นอุตสาหกรรมหลักของปูนขาว และเป็นฐานรายรับหลัก สัดส่วน 20% มีแนวโน้มผยุงตัวและเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยหลังจากเกิดภาวะซบเซาในปี 2566 และลดต่อเนื่องในปี 2567 จากภาวะการก่อสร้างที่ชลอตัว จากสถานการณ์ในปีก่อน ๆ และผู้ผลิตเหล็กหลายรายในประเทศไทยที่มีการปิดตัว และผู้แข็งแกร่งยังคงต้องเผชิญกับการแข่งขันจากการนำเข้ารวมถึงการแข่งขันจากเหล็กคุณภาพต่ำที่ผลิตจากเตาเหนี่ยวนำในประเทศ สำหรับการปรับปรุงสถานการณ์ในอนาคต ถึงแม้จะมีแรงขับเคลื่อนจากแรงกดดันจากเหตุการณ์การถล่มของอาคารขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุกาณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากจนเกิดเป็นแรงขับเคลื่อนจากหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องในการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับเป็นมาตรการเพื่อหยุดการใช้เหล็กคุณภาพต่ำในอุตสาหกรรมการก่อสร้างแต่มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถส่งเสริมหรือปกป้องผู้ผลิตในประเทศจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากการนำเข้าสินค้าจากจีน ถึงแม้อุตาสาหกรรมเหล็กภายในประเทศเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นจากการฟื้นตัวตามโครงการก่อสร้างและผลิตยานยนต์แต่ยังคงมีแรงส่งจากผลกระทบที่เกิดจากธุรกิจก่อสร้างและอุปทานจากจีนที่ยังคงสภาพและแรงกดดันที่รุนแรงสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศ

อุตสาหกรรมก่อสร้าง

ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายสำหรับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ CAVA แต่ผลการดำเนินงานยังไม่บรรลุผลตามที่ได้คาดการณ์ไว้ และรวมถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทย่อย ซึ่งอุตสาหกรรมก่อสร้างนับเป็นฐานรายรับอันดับสองของบริษัทในสัดส่วน 15% ด้วยผลกระทบจากการชะลอตัวในด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฎให้เห็นตั้งแต่ครึ่งปีหลัง 2567 และยังไม่พลิกฟื้นแต่คงได้รับแรงหนุนในการจำหน่ายหินก่อสร้างที่เป็นส่วนเสริมฐานรายรับจากอุตสาหกรรมก่อสร้างบางส่วน

อุตสาหกรรมเคมี

คงเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญ โดยเป็นฐานรายรับในอัตรา 14% ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตจากการลงทุนจากบริษัทต่างชาติที่สนใจลงทุนในประเทศไทยและเป็นฐานการผลิตสารเคมีอินทรีย์ แต่คงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่คงมีผลกระทบจากการแข่งขันและส่งผลต่อรายรับที่ลดลงจากราคาขายที่ลดรวมถึงปริมาณการขายที่ลดลง

อุตสาหกรรมน้ำตาล

เป็นลูกค้าอีกกลุ่มที่สำคัญ เป็นฐานรายรับของบริษัทในสัดส่วน 10% ได้รับผลกระทบทั้งด้านปริมาณและราคาที่ปรับลดลงจากแรงกดดันและผลกระทบจากราคาขายที่เผชิญแรงกดดันจากการลดราคาช่วงชิงฐานการตลาด ทำให้ฐานรายรับจากอุตสาหกรรมน้ำตาลลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อน

การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

โดยสัดส่วน 4 % ของรายได้จากการขายและบริการ โดยการส่งออกมีการปรับระดับลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาทซึ่งยังคงแข็งค่าต่อเนื่องจากปีก่อนและคงทำให้ผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันลดลง

ธุรกิจโดไลม์

ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตามโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่ง SUTHA ได้พัฒนาและผลิตและจำหน่ายต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนสำหรับใช้ในกระบวนการผลิตเหล็กสำหรับทดแทนแมกนีเซียมที่นำเข้า ผลิตภัณฑ์นี้มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดจากแรงกระทบที่มีต่อเนื่องจากภาวะอุตสาหกรรมเหล็กที่ซบเซาตั้งแต่ปี 2566 โดยผลกระทบใน 2 ปีที่ผ่านมาส่งผลต่อผลผลิตจากเตาที่เกิดปริมาณสินค้าคงคลังสะสมในปริมาณสูง ประกอบกับเครื่องอัดก้อนโดไลม์เกิดการชำรุดทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าในรูปก้อนเพื่อจำหน่าย จึงส่งผลต่อการเกิดปริมาณสินค้าคงคลังหมุนเวียนล่าช้าสะสมในปริมาณสูง และในปี 2568 จากผลกระทบที่สืบเนื่องสะสมในระยะเวลาที่ผ่านมา ส่งผลต่อการประเมินมูลค่าสินค้าสินค้า และการปรับลดลงมูลค่าในการประมาณการมูลค่าในอนาคต อย่างไรก็ตามกระบวนการอัดก้อนโดไลม์ได้รับการพิจารณาอนุมัติการลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรสำหรับอัดก้อนรวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 เครื่องส่งเสริมด้านการแปรรูปผลผลิตให้รองรับกับปริมาณการผลิตและจำหน่าย

ธุรกิจแคลเซียมคาร์บอเนต

ซึ่งผลิตจากแคลไซต์และหินอ่อน มีทั้งผลิตภัณฑ์ที่ระดับคุณภาพสูงและคุณภาพปานกลาง ผลิตภัณฑ์จากแร่แคลไซด์ซึ่งผลิตเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตคุณภาพสูงโดยกำลังการผลิตขนาดย่อม เมื่อรวมกับผลผลิตจากแคลเซียมคาร์บอเนตคุณภาพปานกลางซึ่งผลิตจากวัตถุดิบเหมืองหินเขางอบของบจ. หินอ่อน ซึ่งเรียกผลผลิตในกลุ่มนี้ว่า ผลิตภัณฑ์ GCC โดยจากการขยายการลงทุนติดตั้งโรงงานและเครื่องจักรเพื่อผลิตสินค้า GCC ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก และอ่อนตัวลงจากผลกระทบจากนโยบายภาษี “Trump Tariffs” จากลูกค้าที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์นี้สำหรับผลิตสินค้าเพื่อส่งไปจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกา มีการจัดซื้อสินค้าในปริมาณที่ลดลง

ธุรกิจหินคลุก

จากเหมืองหินเขาขาวของบจ.หินอ่อน ซึ่งใช้สำหรับการก่อสร้างถนน การกำจัดซัลเฟอร์จากก๊าซไอเสีย และการผลิตคอนกรีต ได้เป็นสัดส่วนรายได้ของ บมจ. สุธากัญจน์ แต่ส่งผลต่อ EBITDA ไม่สูงนัก เนื่องจากเป็นผลพลอยได้จากการผลิตหินสำหรับเตาเผา แต่อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์กลุ่มยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในการเติบโตให้กับ EBIDA

ธุรกิจเศษหินอ่อน

ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของบจ.หินอ่อน ที่เริ่มต้นเมื่อสองปีที่แล้ว ได้พัฒนาเป็นการค้าขนาดเล็กแต่สามารถสร้างกำไร และส่งเสริมการเติบโตให้กับ EBITDA ของ บจ.หินอ่อน

ธุรกิจหินประดับหินอ่อน

ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของบจ. หินอ่อน ที่มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี เป็นธุรกิจที่มั่นคงและมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 9% ของ EBITDA ธุรกิจหินอ่อนและหินประดับดั้งเดิมและถือเป็นการสืบทอดประเพณีการออกแบบสถาปัตยกรรมไทยมายาวนานกว่า 60 ปี นับเป็นฐานธุรกิจที่สร้างความมั่นคงให้กับบมจ. สุธากัญจน์ โดยในปีที่ผ่านมามีการผลิตหินอ่อนจากการใช้วัตถุดิบจากภายในประเทศที่เหมืองหินเขางอบซึ่งเป็นเหมืองหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากการผลิตภายในประเทศและทั้งผลิตภัณฑ์หินอ่อนจากหินอ่อนนำเข้า รวมถึงการให้บริการติดตั้ง และงานหัตถกรรม ซึ่งนับเป็นแหล่งรายรับที่สำคัญของ บจ.หินอ่อน ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SUTHA

ภาพรวมผลการดำเนินงานบริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน)

ในปี 2568 เป็นผลการผสมผสานจากหลายธุรกิจและการเผชิญต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา การแข่งขันทางการตลาดจากแรงกดดันอุปสงค์ต่ำ อุปทานสูง และการไหลลงของจากทั้งปริมาณและราคาจำหน่ายที่ลดลง จากการที่ผู้เล่นในตลาดจากอุตสาหกรรมหลักมุ่งเน้นกลยุทธ์กดราคาแบ่งส่วนการตลาด การเผชิญต่อปัจจัยความผันผวนของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจที่ซบเซา และแรงกระทบต่อรายรับที่ไหลลงอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวมจำนวน 1,298.35 ล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 1,354.71 ล้านบาทในปี 2567 และ 1,428.44 ล้านบาทในปี 2566 ผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 2568 อยู่ที่ 158 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567อยู่ที่ 243 ล้านบาท และ 226 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของปี 2565- 2566 ที่ EBIDA อยู่ระหว่าง 225 – 226 ล้านบาท ในปี 2568 ผลประกอบการตามงบกำไรรวม มีผลขาดทุน รวม 9.10 ล้านบาท โดยเป็นผลขาดทุนที่เกิดจากผลประกอบการระหว่าง ไตรมาส 3 - ไตรมาส 4 โดยเป็นผลกระทบจากรายการพิเศษ หากไม่รวมรายพิเศษ ในปี 2568 จะมีกำไรสุทธิสำหรับงวดรวม 46 ล้านบาท

การคาดการณ์ในปี 2026 และอนาคต

สภาพเศรษฐกิจในปี 2026 จะมีการฟื้นตัวช้า ในขณะที่ระดับแนวโน้มดอกเบี้ยเริ่มปรับลดลง และคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์สูง สำหรับเศรษฐกิจของไทยคาดว่าจะมีการขยายตัวตามการลงทุนภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่แนวทางตลาดทุนอาจปรับดีขึ้นจากจากปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการจากรัฐบาลชุดใหม่

การขับเคลื่อนในการจัดการสิ่งท้าทายเพื่อก้าวข้ามอุปสรรค SUTHA ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร การลดต้นทุนและรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างเคร่งครัด การพัฒนาบุคลากร การส่งเสริมทักษะ และการผลักดันบุคลากรเพื่อเรียนรู้ พัฒนาทักษะ การตัดสินใจ การวางมาตรการจัดการกับปัจจัยและผลกระทบต่าง ๆ เพื่อบรรเทาและลดระดับความรุนแรงของลดผลกระทบ การบริหารจัดการลงทุนตามลำดับความสำคัญสอดคล้องกับสภาพเงินทุนหมุนเวียนและกระแสเงินสด โดยกรอบวิธีการข้างต้น และการลงมือจัดการที่รวดเร็ว ได้ประสิทธิภาพ และทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงการสร้างปัจจัยหนุนเพื่อส่งเสริมทักษะให้กับบุคลากรในการทำงานเป็นทีมอย่างได้ประสิทธิภาพ การจัดการระบบฐานข้อมูลข้อมูลมีความพร้อม ถูกต้อง ครบถ้วน รวมถึงพลังความร่วมมือและแรงหนุนจากทุกฝ่าย ผ่านการให้ความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสียสำคัญ ทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า และคู่ค้าที่สำคัญ จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ SUTHA ที่ส่งผลให้ก้าวย่างต่อไปสามารถข้ามผ่านอุปสรรค และเป็นก้าวที่มีความมั่นคงสู่เส้นทางการเติบโตที่ยังยืน

ฝ่ายบริหารยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่มีการเติบโตและมุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดำเนินงานด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และมีการควบคุมต้นทุน และงบประมาณรายจ่ายโดยเคร่งครัด การขยายขอบเขตการลงทุนในธุรกิจของ บจ.หินอ่อนในตลาดแคลเซียมคาร์บอเนต การหาฐานลูกค้าจากตลาดใหม่ และฐานลูกค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่คงเป็นเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนในการเติบโตสำหรับธุรกิจ การมุ่งกระจาย และหาแหล่งวัตถุดิบที่ได้คุณภาพ เพื่อเป็นแหล่งเสริมในฐานวัตถุดิบที่มั่นคงในระยะยาวและเป็นจุดมุ่งเน้นสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การจัดการโครงสร้างการเงินของบริษัทตามเป้าหมายการมีกระแสเงินสดอิสระตามระดับตัวชี้วัด และการลดภาระหนี้สินระยะสั้นผ่านการจัดการกลยุทธ์จัดบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนอย่างเหมาะสม และเสริมสร้างศักยภาพและลดระดับความซ้ำซ้อนของโครงสร้างการบริหารมุ่งยกระดับความสามารถผ่านการกำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญและการติดตามในการพัฒนาผลลัพธ์มุ่งสู่เป้าหมาย

การมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการดำเนินการ การสร้างความสามารถในการแข่งขัน

ในปีที่ผ่านมา SUTHA พัฒนาองค์กรมุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพในการยืนหยัดระยะยาว ภายใต้พันธกิจ “We contribute to a better world” เราพร้อมส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียของเรา ภายใต้กรอบกลยุทธ์ในการพัฒนาธุรกิจตามแนวทางแห่งความยั่งยืน และความท้าทายที่ไม่สิ้นสุด บุคลากรของเรา การปรับปรุงกระบวนการ การสร้างทีม การพัฒนาระบบข้อมูลที่ได้ประสิทธิภาพผ่านการลงทุนเครือข่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศที่เชื่อมต่อเครือข่ายการติดต่อและสื่อสารในองค์กร และการสื่อสารและเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้มีส่วนร่วมผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งสร้างเสริมความสัมพันธ์ระยะยาวภายใต้การดำเนินการอย่างรับผิดชอบเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อลูกค้าของเรา

ปี 2569 ยังคงมีภารกิจที่ท้าทายที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของเราต่อไป และเป้าหมายในการผลักดันกลยุทธ์การเสริมสร้างคุณค่าและความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเพื่อรักษาระดับเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจและผลประกอบการ และสิ่งสำคัญในทุก ๆ กระบวนการภายใต้การขับเคลื่อนและดำเนินธุรกิจความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียตลอดวงจรห่วงโซ่อุปทานถือเป็นสิ่งสำคัญ เราคงมุ่งในการรักษาสถิติและการลดการบาดเจ็บให้เป็นศูนย์ โดยกลยุทธ์การจัดการซึ่งจะใช้เป็นแผนการขับเคลื่อนซึ่งกำหนดไว้ตามลำดับที่สำคัญประกอบด้วย

(1)  การเติบโตของยอดขาย  กำหนดเป้าหมายมุ่งเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้พัฒนาขึ้นซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดแข่งขัน และรักษาฐานความสัมพันธ์กับลูกค้าสำคัญให้แข็งแกร่ง โดยผลิตภัณฑ์เป้าหมายในกลุ่มโดไลม์ ปูนขาว Cava และ GCC

(2)  การจัดหาวัตถุดิบ  หาแหล่งวัตถุดิบหินปูนและการบริหารจัดการแหล่งวัตถุดิบและทรัพยากรหินปูนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

(3) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่  แสวงหาโอกาสจากผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับการสร้าง และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ผ่านโครงการพัฒนาการจัดจำหน่าย

(4) การปรับโครงสร้างองค์กร  กระชับโครงสร้างองค์กรและการบริหาร เพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาทักษะข้ามสายงาน ส่งเสริมความร่วมมือ

(5) การบริหารเงินทุนหมุนเวียน  การใช้วัตถุดิบเหลือใช้เพื่อสร้างให้เกิดมูลค่า เกิดประโยชน์ การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน

การดำเนินตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่สำคัญ

SUTHA คงมุ่งเน้นกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและธรรมาภิบาล (ESG) โดยกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานได้ร่วมพัฒนาขับเคลื่อนกิจกรรมในการพัฒนาการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG Policies)

ด้านสิ่งแวดล้อม

มีการจัดกิจการเพื่อส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม และสภาพแวดล้อมเชิงบวก โดยทีมผู้บริหาร พนักงาน ได้ร่วมขับเคลื่อนดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สำคัญและมีการพัฒนากิจกรรมและการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคญ ประกอบด้วย การจัดการพลังงาน: มุ่งเน้นการใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และพลังงานทดแทน โดยการควบคุมกระบวนการเพื่อให้เป็นตามมาตรฐาน สิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมีการการควบคุมมลพิษ การตรวจติดตั้งระบบควบคุมมลพิษเพื่อนำผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อการปรับปรุงให้สอดคล้องเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมอย่างสม่ำเสมอ

ด้านสังคม

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในทรัพยากรด้านบุคลากรและการทำงานอย่างปลอดภัยเป็นสำคัญ มุ่งขับเคลื่อนทุก ๆ กระบวนการตลอดวงจรในห่วงโซ่ของธุรกิจด้วยกระบวนที่ปลอดภัยสู่เป้าหมายการลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ การจัดหลักสูตรอบรมด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานโดยครอบคลุมทุกระดับ ภายใต้การรณรงค์ส่งเสริมเพื่อปลูกฝัง 10 กฎหลักพิทักษ์ชีวิต , ร่วมถึงการมุ่งสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันผ่านความร่วมมือในการปลูกฝัง 4 พฤติกรรมหลัก โดยได้รับการสนับสนุบจากกลุ่มผู้ถือหุ้นหลัก และการจัดแคมเปญสำหรับให้พนักงานมีส่วนร่วมพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ในองค์กรผ่านการ ร่วมเสนอแนวคิด จากความเห็นที่จริงใจจากทุกระดับ การทำงานร่วมกัน ความรู้จักผูกพันในการร่วมเป็นเจ้าของ และการมุ่งมั่นผลักดันให้กิจกรรมดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่กำหนด

การตระหนักและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและการให้สิทธิกับพนักงานรวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและสวัสดิการแรงงาน รวมถึงหลักจริยธรรม, การไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ, การจัดการสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัยและควบคุมมาตรฐานสากล ISO 45001 เพื่อให้การดำเนินการระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างรัดกุม, การไม่เลือกปฏิบัติและวางกรอบให้เกิดการดำเนินการอย่างเสมอภาค, การให้สิทธิกับพนักงานในการรวมตัวกันเพื่อการเจรจาต่อรอง, การจัดการลูกค้าและรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ , การร่วมดำเนินงานด้านชุมชนและสังคมและพัฒนา การมีส่วนร่วมกับชุมชน, การให้ความร่วมมือกับภาคประชาสังคมและหน่วยงานท้องถิ่นโดยให้ความร่วมมือ และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ อาชีวอนามัย ความปลอดภัย สุขภาพและคุณภาพชีวิต ผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มผู้เปราะบาง การจัดการน้ำและสุขาภิบาล การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ด้านเศรษฐกิจและธรรมาภิบาล

ด้านเศรษฐกิจและธรรมาภิบาล: จากแรงผลักดันภายใต้การขับเคลื่อนในการกำกับดูแลกิจการเพื่อดำเนินการและพัฒนากระบวนการตามกรอบความยั่งยืน การจัดการและบริหารความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในอุปสงค์ และภาวะการแข่งขันในตลาด โครงการ Cost Saving ยังคงเป็นโครงการสำคัญในการขับเคลื่อนลดต้นทุนการบริหารจัดการรายจ่ายได้รับการควบคุมโดยเคร่งครัด รวมถึงภารกิจในการกำจัดการสูญเปล่า การส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มมูลค่าเพิ่มสำหรับสินทรัพย์ วัสดุและเศษซากที่ไม่ได้ใช้ในกระบวนการ การหากลุ่มลูกค้าทดแทน การหาปริมาณชดเชยปริมาณที่ต้องสูญเสียจากฐานลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากของอุตสาหกรรมที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การตอบรับสู่ผลสำเร็จเพื่อร่วมบริหารจัดการห่วงโซ่ธุรกิจ การด้วยการส่งมอบคุณค่าสู่ผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ ยังคงมุ่งหน้าต่อในก้าวต่อไป และผลสัมฤทธิ์จากรางวัลแห่งความเชื่อมั่น ผลลัพธ์จากการจัดการด้านความยั่งยืนเป็นสิ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่บริษัทจะก้าวเดินไปตามเป้าหมายความยั่งยืน ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นและได้รับความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญเป็นกำลังใจสูงสุดของเราและหนุนนำเป็นพลังขับเคลื่อนให้ SUTHA สู่หน้าสู่ทิศทางเป้าหมายและความคาดหวัง

SUTHA มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำระดับบริหาร ผ่านการคัดเลือกผู้นำที่ได้รับการเสนอชื่อจากกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักจากผู้นำทีมมากด้วยประสบการณ์จากในเครือระดับนานาชาติที่มีผลงานและประสบความสำเร็จสูงในการจัดการอุตสาหกรรมประเภทเดียว ด้วยมุมมองเชิงกลยุทธ์ที่แตกต่าง ทักษะ ประสบการณ์ และการนำหลักธรรมาภิบาล ผ่านหลักการและเหตุผล ในการกำกับการปฏิบัติการ การให้ความสำคัญกับมุมมองของการทำงานเป็นทีม ในการร่วมหาแนวทางการบริหารจัดการเพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กร ด้วยความร่วมมือจากบุคลากรทุกส่วน ตลอดจนความเข้าใจอันดีจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายจะเสริมสร้างเป็นแรงหนุน ให้ SUTHA สามารถจัดการกับสิ่งท้าทายเพื่อลดผลกระทบและยุติการลดลง จากพลังขับเคลื่อนภายในและการส่งเสริมจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะมีแรงหนุนในการเส้นและโอกาสของการเติบโตในธุรกิจให้กับ SUTHA ในปีถัด ๆ ไป