“เป็นผู้นำด้านการผลิตปูนขาวและแปรรูปแร่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ด้วยการส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าหลัก คือ ปูนขาว หรือ แคลเซียมออกไซด์ (Calcium Oxide) และแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium Hydroxide บริษัทมีโรงงานผลิต จำนวน 4 โรงงาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี และสระบุรี
บริษัทตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายระดับโลกที่สำคัญ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดทั้งความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ โดยเนื้อหาส่วนนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงแนวทางจาก Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ (UN) ที่จัดทำข้อมูลและแนวทางด้านสภาพภูมิอากาศในระดับสากล
ภาวะโลกร้อนหมายถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในระยะยาว ซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปัจจุบัน อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 1°C เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม (ค.ศ. 1850–1900) และหากไม่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึงระดับ 1.5°C ในช่วงปี ค.ศ. 2030–2052 ซึ่งจะส่งผลให้ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงมากขึ้นในทุกมิติ
จากการประเมินของ IPCC พบว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่ระดับ 2°C จะก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงกว่าระดับ 1.5°C อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
ในทางกลับกัน การจำกัดอุณหภูมิให้อยู่ที่ 1.5°C จะช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเชิงกายภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
ภายใต้แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกรอบมาตรฐานสากล เช่น TCFD / IFRS S2 บริษัทตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Economy) ซึ่งมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อธุรกิจของบริษัทในฐานะอุตสาหกรรมปูนขาวที่ใช้พลังงานสูงและมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต ดังนี้
การเปลี่ยนผ่านส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคสำคัญ ได้แก่
บริษัทนำแนวทางการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Scenario Analysis) มาประยุกต์ใช้ โดยอ้างอิงแบบจำลองเส้นทางการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Pathways) ที่สอดคล้องกับกรอบ ความตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อประเมินผลกระทบในอนาคตและสนับสนุนการกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร
สถานการณ์ Net Zero 2050 (1.5°C Scenario): สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านอย่างเข้มข้นสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ภายใต้การดำเนินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มงวด และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็ว เพื่อประเมินในการกำหนดเป้าหมายขององค์กร
สถานการณ์ Delayed Transition (~2–3°C Scenario): สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านที่ล่าช้า จากข้อจำกัดด้านนโยบาย เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) ที่สูงขึ้นในอนาคต
สถานการณ์ High Emissions (>3°C Scenario): สะท้อนถึงกรณีที่การดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีจำกัด ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเชิงกายภาพ (Physical Risk) ในระดับสูง (เช่น เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงและการเปลี่ยนแปลงระยะยาว)
การวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถ:
บริษัทเปิดเผย โครงสร้างการกำกับดูแล กลยุทธ์ และการบริหารความเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อธิบาย ผลกระทบของ climate risks & opportunities ต่อธุรกิจ การเงิน และกระแสเงินสด ในระยะสั้น กลาง และยาว รายงาน ตัวชี้วัดและเป้าหมายสำคัญ เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1, 2, 3) และแผนลดคาร์บอน
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ โดยได้กำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
บริษัทมุ่งเสริมสร้างความพร้อมขององค์กรในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
นโยบายนี้ใช้บังคับกับบริษัท บริษัทย่อย และกิจการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
นโยบายด้านการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท เพื่อกำกับดูแลให้มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนขององค์กร โดยมีโครงสร้างการกำกับดูแล ดังนี้
คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทในการอนุมัตินโยบายและกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate) รวมถึงกำกับดูแลผลกระทบ โอกาส และการพิจารณาโครงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจก โดยมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและกำกับการพัฒนาความยั่งยืนทำหน้าที่กำกับดูแลกลยุทธ์ การดำเนินงาน การบูรณาการความเสี่ยงด้าน Climate เข้าสู่ระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) ตลอดจนติดตามผล การรายงาน และการเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริหารและฝ่ายจัดการรับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์ แผนงาน และการจัดสรรทรัพยากร ครอบคลุมถึงระดับหน่วยธุรกิจและโรงงาน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานหรือทีมงานด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และความยั่งยืนเป็นผู้จัดทำแผนปฏิบัติการ ประสานงาน และติดตามผลการดำเนินงาน และในระดับปฏิบัติการ พนักงานทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการ สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และดำเนินงานอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรในภาพรวม
บริษัทกำหนดกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว โดยสอดคล้องกับแนวทางระดับสากลและเป้าหมายการพัฒนาสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
|
|
1. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Efficiency Improvement) ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อลดการใช้พลังงานและต้นทุน
|
|
2. การใช้พลังงานทางเลือก (Energy Transition) เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่แหล่งพลังงานที่สะอาดและหมุนเวียน
|
|
|
3. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Reduction) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และหมุนเวียน
|
|
|
4. การเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Business Resilience) เสริมสร้างความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศมุนเวียน
|
|
|
5. การพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุน (Technology & Investment) ใช้เทคโนโลยีและการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและหมุนเวียน
|
|
6. พันธสัญญาระยะยาว (Long-Term Commitment: Net Zero Pathway)
|
บริษัทตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะสั้น กลาง และระยะยาว ทั้งในด้านการดำเนินงาน ต้นทุน ความสามารถในการแข่งขัน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนบริษัทจึงได้กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ โดยสอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล ได้แก่
บริษัทกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน ดังนี้:
บริษัทได้ดำเนินการระบุความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยครอบคลุมทั้ง 2 มิติหลัก ดังนี้:
3.1 ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks)
บริษัทจำแนกความเสี่ยงทางกายภาพออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:
(1) ความเสี่ยงเฉียบพลัน (Acute Physical Risks) ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น:
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจ:
(2) ความเสี่ยงเรื้อรัง (Chronic Physical Risks) ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว เช่น:
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจ:
(3) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks)
(4) โอกาสทางธุรกิจ (Opportunities) บริษัทมองเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น:
บริษัทใช้กระบวนการประเมินความเสี่ยงตามกรอบมาตรฐานองค์กร โดยพิจารณาจาก:
Risk Level = Likelihood × Impact
การประเมินผลกระทบครอบคลุม:
ระดับความเสี่ยง:
ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศได้รับการบูรณาการเข้าสู่กระบวนการ ERM โดย:
ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในหลายมิติ:
6.1 การดำเนินงาน
6.2 การเงิน
6.3 ห่วงโซ่อุปทาน
7.1 การจัดการความเสี่ยงทางกายภาพ
7.2 การจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน
7.3 กลยุทธ์ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
(1) กำหนดเป้าหมายระยะสั้น 1-3 ปี
โดยเชื่อมโยงผลลัพธ์กับพันธกิจด้าน
(2) กำหนดเป้าหมายระยะปานกลาง 3 – 10 ปี มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนธุรกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขัน
โดยเชื่อมโยงผลลัพธ์กับพันธกิจด้าน
(3) กำหนดเป้าหมายระยะยาว > 10
โดยเชื่อมโยงผลลัพธ์กับพันธกิจด้าน
7.4 การเชื่อมโยงกับการบริหารความเสี่ยง
บริษัทนำผลการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศมาใช้ประกอบ:
7.5 การเชื่อมโยงกับผลกระทบทางการเงิน
การดำเนินกลยุทธ์และเป้าหมายดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถ:
บริษัทพิจารณาวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยสรุปดังนี้:
Paris Agreement
บริษัทติดตามความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่องผ่านตัวชี้วัด เช่น:
และรายงานผ่าน:
บริษัทเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดเผยข้อมูลตาม IFRS S1 และ IFRS S2 โดย:
บริษัทบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นฐานในการติดตามผล กำหนดเป้าหมาย และปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและกฎระเบียบ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
บริษัทเปิดเผยข้อมูลเชิงปริมาณย้อนหลังเทียบกับปีฐาน 2565/2022 ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 การใช้พลังงานรวม การใช้ไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ ดีเซล และถ่านหิน พร้อมแสดงผลการเปลี่ยนแปลงเทียบกับปีฐานและสถานะการบรรลุเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนความโปร่งใสและความสามารถในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน
| ข้อมูลประกอบตัวชี้วัด | การเปิดเผยข้อมูล |
|---|---|
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก | ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดลดลงประมาณ 22% เมื่อเทียบกับ ปีฐาน 2022 โดยมีการเปิดเผย Scope 1 และ Scope 2 แยกกัน |
| ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน | การใช้พลังงานรวมลดลงประมาณ 31% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2022 |
| พลังงานหมุนเวียน | การเปิดเผยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนหนึ่งของแผนลด Scope 2 และแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของบริษัท |
| ความน่าเชื่อถือของข้อมูล | การจัดทำข้อมูลการปล่อยก๊าซ Scope 1 และ Scope 2 อ้างอิงหลักการของ GHG Protocol และผ่านการรับรองจากผู้ตรวจสอบภายนอกที่ได้รับอนุญาต |
| Year | Scope 1 | Scope 2 | Scope 3 | Other | รวม (tCO2e) |
tCO₂e Per Kgs Product |
% Change |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2565 (Baseline) | 422,930 | 11,169 | N/A | 81 | 434,099 | 0.00122 | to compare baseline |
| 2566 | 340,369 | 10,221 | N/A | 59 | 350,590 | 0.00118 | -19% |
| 2567 | 352,718 | 9,757 | N/A | 81 | 362,475 | 0.00120 | -16% |
| 2568 | 329,123 | 8,849 | N/A | 193 | 337,972 | 0.00117 | -22% |
| Year | Scope 1 | Scope 2 | Scope 3 | Other | (tCO2e) | tCO₂e Per Kgs Product |
% Change |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2022 (Baseline) | 422,930 | 11,169 | N/A | 81 | 434,099 | 0.00122 | to compare baseline |
| 2023 | 340,369 | 10,221 | N/A | 59 | 350,590 | 0.00118 | -19% |
| 2024 | 352,718 | 9,757 | N/A | 81 | 362,475 | 0.00120 | -16% |
| 2025 | 329,123 | 8,849 | N/A | 193 | 337,972 | 0.00117 | -22% |
Disclosure interpretation:
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมลดลงประมาณ 22% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2565/2022 โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลบางประเภท และการบริหารจัดการไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
| Year | Total Energy Consumption (MWh) | % |
|---|---|---|
| 2565 (Baseline) | 460,746 | Change to compare baseline |
| 2566 | 342,936 | -26% |
| 2567 | 341,866 | -26% |
| 2568 | 316,052 | -31% |
| Year | Total Energy Consumption (MWh) | % |
|---|---|---|
| 2022 (Baseline) | 460,746 | Change to compare baseline |
| 2023 | 342,936 | -26% |
| 2024 | 341,866 | -26% |
| 2025 | 316,052 | -31% |
Insight:
การใช้พลังงานรวมลดลงประมาณ 31% จากปีฐาน สะท้อนผลจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การควบคุมการใช้เชื้อเพลิง และการปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
| Year | Total Energy Consumption (MWh) | % |
|---|---|---|
| 2565 (Baseline) | 23,512 | Change to compare baseline |
| 2566 | 20,445 | -13% |
| 2567 | 19,516 | -17% |
| 2568 | 18,629 | -21% |
| Year | Total Energy Consumption (MWh) | % |
|---|---|---|
| 2022 (Baseline) | 23,512 | Change to compare baseline |
| 2023 | 20,445 | -13% |
| 2024 | 19,516 | -17% |
| 2025 | 18,629 | -21% |
ผลลัพธ์:
การใช้ไฟฟ้าลดลงประมาณ 21% จากปีฐาน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมใน Scope 2
| Year | Total Energy Consumption (MWh) | % |
|---|---|---|
| 2565 (Baseline) | 3,384,229 | Change to compare baseline |
| 2566 | 3,343,079 | -1% |
| 2567 | 3,395,754 | 0% |
| 2568 | 3,176,918 | -6% |
| Year | Total Energy Consumption (MWh) | % |
|---|---|---|
| 2022 (Baseline) | 3,384,229 | Change to compare baseline |
| 2023 | 3,343,079 | -1% |
| 2024 | 3,395,754 | 0% |
| 2025 | 3,176,918 | -6% |
Insight:
พลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนหนึ่งของแผนลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากโครงข่าย และสนับสนุนการบริหาร Scope 2 ในระยะยาว.
บริษัทจะติดตามสัดส่วนพลังงานทดแทนต่อการใช้ไฟฟ้ารวม เพื่อให้สามารถเปิดเผยความคืบหน้าเชิงปริมาณได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต.
| Year | Diesel ( litres) | % |
|---|---|---|
| 2565 (Baseline) | 1,154,674 | Change to compare baseline |
| 2566 | 1,096,672 | -5% |
| 2567 | 1,013,534 | -12% |
| 2568 | 871,637 | -25% |
| Year | Diesel ( litres) | % |
|---|---|---|
| 2022 (Baseline) | 1,154,674 | Change to compare baseline |
| 2023 | 1,096,672 | -5% |
| 2024 | 1,013,534 | -12% |
| 2025 | 871,637 | -25% |
การใช้น้ำมันดีเซลลดลงประมาณ 25% จากปีฐาน สะท้อนมาตรการควบคุมการขนส่งและการใช้ยานพาหนะ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์
| Year | Fuels ( Tons) | % |
|---|---|---|
| 2565 (Baseline) | 55,755 | Change to compare baseline |
| 2566 | 47,496 | -15% |
| 2567 | 39,554 | -29% |
| 2568 | 32,466 | -42% |
| Year | Fuels ( Tons) | % |
|---|---|---|
| 2022 (Baseline) | 55,755 | Change to compare baseline |
| 2023 | 47,496 | -15% |
| 2024 | 39,554 | -29% |
| 2025 | 32,466 | -42% |
การใช้ถ่านหินลดลงประมาณ 42% จากปีฐาน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงคาร์บอนสูง และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท
| เป้าหมาย | ปีฐาน | เป้าหมาย | ผลการดำเนินงานล่าสุด | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| ลดการใช้ไฟฟ้า | 2565 | ≥7% | -21% | บรรลุ |
| ลดการใช้เชื้อเพลิง | 2565 | ≥5% | -33% | บรรลุ |
| เพิ่มพลังงานทดแทน | 2565 | จากปีฐาน | ~3.17M kWh | ดำเนินการ |
| ลดความเข้มพลังงาน | 2565 | ต่อเนื่อง | ดีขึ้น | บรรลุ |
| ลด GHG emissions | 2565 | ต่อเนื่อง | -22% | บรรลุ |
| เป้าหมาย | ปีฐาน | เป้าหมาย | ผลการดำเนินงานล่าสุด | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| ลดการใช้ไฟฟ้า | 2022 | ≥7% | -21% | บรรลุ |
| ลดการใช้เชื้อเพลิง | 2022 | ≥5% | -33% | บรรลุ |
| เพิ่มพลังงานทดแทน | 2022 | จากปีฐาน | ~3.17M kWh | ดำเนินการ |
| ลดความเข้มพลังงาน | 2022 | ต่อเนื่อง | ดีขึ้น | บรรลุ |
| ลด GHG emissions | 2022 | ต่อเนื่อง | -22% | บรรลุ |
| ระยะเวลา | เป้าหมาย |
|---|---|
| ระยะสั้น (1–3 ปี) | เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ควบคุมการปล่อย Scope 1 และ Scope 2 และรักษาระบบติดตามข้อมูลให้พร้อมต่อการทวนสอบ |
| ระยะกลาง (3–10 ปี) | ลดความเข้มข้นของการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมขยายการจัดเก็บข้อมูล Scope 3 ในหมวดที่มีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่คุณค่า |
| ระยะยาว (>10 ปี) | มุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว และพิจารณาแนวทาง Net Zero Emissions ที่สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรมและความพร้อมของเทคโนโลยี |